มีอยู่สองเหตุผล
1.
ผมทำชั่วมาก็เยอะมากแล้ว
ความชั่วก็มีรูปแบบเดิม ๆ
และผลลัพธ์เดิม ๆ
ทำร้ายผมเหรอ ?
ทำมา 10 บาท คืนให้ 100 เลย
แม่ง .. เต็มใจให้หวะ
แต่ถ้าทำดีให้มา ก็โอเคคืนดีให้
ให้ 10 บาท คืนไป 10 บาท
ก็เจ๊ากัน แฟร์ ๆ ไม่มีใครเสีย
แต่ .. ชีวิตเหมือนขาดทุน
เพราะตอนร้าย .. ผมคืนให้มากกว่า
แต่ได้หัวใจที่ระแวงไปหมด
มันสร้างศัตรูไว้หลายแดน
จะเสียเปรียบไหมนะ
จะแว้งกัดกูตอนไหนวะ
แต่พอเปิดโอกาสให้ตัวเอง
ได้ลองทำความดี
ก็ติดใจ ผลลัพธ์ใหม่ ๆ
ได้ทั้งทุน ได้ทั้งดอก
ชีวิตไม่มีอะไรให้ระแวงอีก
ทำความดี
เผิน ๆ เหมือนจะเสียมากกว่าได้
แต่มันจะได้คืน
ตอนที่ .. ชีวิตมันถึงทางตัน
และได้มาแบบงง ๆ ด้วย
เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1
ในวันที่แม้แต่มาม่าสักห่อ
ยังไม่มีปัญญาจะซื้อ
2.
ความดีมีเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ
มันหอมหวาน เป็นยาและคุ้มครอง
ยิ่งเราผลิตความดีได้มาก
มีคุณธรรม มโนธรรม
จริยธรรม ศีลธรรมมาก
มันก็เหมือนเราหลงเข้าไปใน
ดินแดน .. ทุรกันดาร
ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร
แต่เราดันผลิตไฟฟ้า อาหาร และน้ำได้
จากตัวเราเองได้ไม่จำกัด
แสงสว่างมีในตัวเอง
น้ำมีหล่อเลี้ยงไม่ขาดแคลน
อาหารอิ่ม มีพอเสมอ
ผู้คนก็วิ่งเข้ามา
เพราะส่วนมากแล้ว .. หิวคนดี
ที่ไม่หิวความดีแล้ว
ก็ต้องการเติมเต็มชีวิต
ที่ชีวิตเต็มกันแล้ว
ก็ต้องการสำรองไว้เป็นกัลยาณมิตร
ที่มีสำรองมากพอแล้ว
ก็ต้องการเสริมทัพให้แกร่ง
ที่อยู่กันเป็นทัพความดีเข้มแข็งกันอยู่แล้ว ..
ก็ต้องการร่วมชาติ ผูกผันกันกับเราตลอดไป
มันจึงจริงดังว่า
คนดีไปไหน ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
ไม่ใช่เพราะวิเศษอะไร
แต่เพราะผู้คนจำนวนมากจะช่วยคนดี
ก่อนจะไหลไปกับน้ำ
ก่อนจะตายไปกับไฟนั่นเอง
แม้ขนาดคนที่ชั่วก็ยังยอมใจให้กับคนที่ดี
และหัวใจของความดี คือ
ทำออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจ
และแก่นของความบริสุทธิ์ใจนั้น คือ
การสำนึกในผิดบาปความชั่วช้าของตัวเองได้
ยอมรับและเสียใจในความชั่วช้าของตัวเอง
ให้อภัยและให้โอกาสตัวเองอย่างเต็มที่
ถ้าไม่มีหัวใจนี้แล้ว
ผลิตความดีปลอม ๆ ออกมามากมายขนาดไหน
คนเขา .. ไม่ซื้อ
ขอบคุณพระเจ้าที่ให้โอกาสนี้กับผม
ผมซื้อ และ จะรักษาโอกาสนี้ไว้
จนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
เพราะโลกนี้ ก็คือ ถิ่นทุรกันดารนั้น
จะมีใครอีกบ้าง ที่จะซื้อแนวคิดนี้หนอ
ยังไม่มีความเห็น
ยืนยันการลบความเห็น