พออายุของผมล่วงเลยมาถึง 50 ปี
แต่ความทรงจำและความสุขของผม
ยังคงอยู่กับวัย 20 ปีไม่เคยจางหาย
18,250 วันที่ได้ใช้ลมหายใจมา
กับหัวใจที่เต้นมาแล้ว 1,900 พันล้านครั้ง
ก็ได้พาให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย
ชีวิตจริงของผม .. ต้องอยู่กับชีวิต
ที่ร่างกายเสื่อมลงอย่างเห็นได้ชัด
กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง
เดินทรงตัวได้ไม่ตรงมากนัก
หลง ๆ ลืม ๆ
เพื่อนสนิทไม่มีแล้ว ...
มีเพียงเพื่อนที่ผูกพันกัน
เพราะ .. ชีวิตเหวี่ยงมาให้เจอกัน
และเพราะเรื่องราววัยเด็กของเรา
ไม่สามารถทำให้ต่างฝ่ายรู้สึกอินได้
เพราะความทรงจำที่มีไม่เหมือนกัน
ชีวิตจึงบังคับ ให้เหลือหัวข้อสทนาไม่กี่เรื่อง
คือ งาน เงิน ปัญหาชีวิต ปัญหาครอบครัว
การวิพากษ์วิจารณ์สังคม การเมือง
มีเพียงเท่านั้น ...
พร้อมกับกำแพงความรู้สึกบาง ๆ
ที่สร้างขึ้นมาเพื่อกางกั้น
ป้องกันการล้ำเส้นไปกระทบ
ความเป็นส่วนตัวของกันและกัน
ความเป็นส่วนตัวก็มีไม่กี่เรื่อง
เงิน และ เรื่องราวที่ไม่อยากเปิดเผย
ผมพูดถึงชีวิตของผม
ไม่ได้หมายถึงคนอื่น ๆ จะต้องรู้สึกแบบนี้
เพราะชีวิตของผมนั้น .. โดดเดี่ยว
แต่คนอื่น ๆ นั้น เขามีครอบครัว มีญาติ
มีสายใยของความผูกพัน
ผมไม่สามารถเอาตัวเอง เข้าไปแทรก
ลงบนเส้นกาลเวลาของใครต่อใครได้
ไม่มีหรอกคำว่า ครอบครัวสำหรับผม
ผมมีได้มากที่สุด คือ เพื่อนที่สนิทกันเท่านั้น
ใครจะรักคนนอกมากกว่าคนในครอบครัว
ตัวเองหละ .. จริงมั้ย ?
ผมยอมรับทุกอย่าง
และคิดว่าชีวิตขอผม
ก็คงต้องใช้ให้หมดไปกับงาน ..
เพราะถ้าว่าง
ก็ไม่มีคนคุยด้วยกับผมอยู่ดี
คนที่พอคุยได้ ...
เขาก็ไม่ได้อยากฟัง
หรือ ถ้าเขาอยากฟัง
เขาจะฟังได้นานแค่ไหนกัน
เพราะว่า ความสุขและความทรงจำที่ดีของผม
มันหยุดที่ช่วงอายุ 20 ปีของผมเท่านั้น
. . .
ดังเช่น ที่ชีวิตพาผมมาไกลขนาดนี้
เพื่อจะบอกผมว่า ...
ไม่ได้มีใครอยากฟังอะไรผมหรอก
#อยากหนีไปจากดาวนี้









ยังไม่มีความเห็น
ยืนยันการลบความเห็น