ในการปล้นธนาคารครั้งหนึ่งในอเมริกา
โจรผู้ไม่หวั่นเกรงกฎหมายตะโกนเสียงดังก้องในห้องโถงว่า:
"อย่าขยับ เงินเป็นของรัฐ ชีวิตเป็นของคุณ!"
ทุกคนหยุดหายใจ หมอบราวกับเกิดมาเพื่อจุดนี้
นี่แหละเรียกว่า "การพลิกเกมด้วยวาทศิลป์" — เพราะบางครั้งแค่เปลี่ยนประโยค ก็ทำให้คนยอมแพ้โดยไม่ต้องใช้กระสุน
แล้วมีคุณนายคนหนึ่ง นอนเอนกายลงบนโต๊ะด้วยท่าทางเย้ายวน เพื่อหวังว่าจะเบี่ยงเบนความสนใจของโจร โจรถึงกับต้องตะโกนเตือน:
"โปรดมีอารยธรรมหน่อย! นี่คือการปล้น ไม่ใช่การข่มขืน!"
นี่คือ "ความเป็นมืออาชีพ" — แม้อยู่ในวิชาชีพอันตราย ก็ยังรักษาขอบเขตแห่งความเหมาะสมไว้ได้
เมื่อกลับถึงฐานลับ โจรหนุ่มจบ MBA พูดขึ้นว่า:
"พี่ใหญ่ครับ มานับเงินกันเถอะ!"
โจรอาวุโสยิ้มอย่างคนเข้าใจโลก:
"แกนี่เรียนสูงไปเปล่าประโยชน์! เงินเยอะขนาดนี้จะนับทำไม? พรุ่งนี้ข่าวทีวีบอกเองว่าเราได้เท่าไหร่!"
นี่คือ "ประสบการณ์" — บางครั้งความฉลาดไม่ได้มาจากหนังสือ แต่มาจากถนน
ขณะเดียวกัน ในธนาคารหลังเหตุการณ์สงบ ผู้จัดการสั่งให้หัวหน้าฝ่ายดูแลโทรแจ้งตำรวจทันที แต่หัวหน้าฝ่ายกลับตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบสงบ
"ทำไมไม่เอาเงิน 10 ล้านที่เหลือออกจากตู้เซฟหละ มาแบ่งกัน รวมกับ 70 ล้านที่เรายักยอกออกมาก่อนหน้าหละ!"
นี่คือ "การว่ายทวนคลื่น" — เมื่อทุกอย่างกำลังวุ่นวาย พวกเขากลับหาโอกาสสร้างกำไร
ผู้จัดการธนาคารเอ่ยเบา ๆ ด้วยรอยยิ้ม: "ถ้าเดือนหน้ามีปล้นอีกคงดีไม่น้อย..." นี่คือ "การฆ่าเบื่อด้วยวิกฤต" — บางคนทำงานเพราะรัก บางคนชอบงานเพราะสนุก
เช้าวันใหม่ ข่าวทีวีรายงานว่าธนาคารเสียหาย 100 ล้านดอลลาร์ แต่โจรนับเงินในกระเป๋าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้แค่ 20 ล้าน
เขาถอนใจยาว: "เสี่ยงตายได้แค่นี้ ส่วนผู้จัดการกับหัวหน้าฝ่ายอยู่เฉย ๆ ก็ได้ไป 80 ล้าน เราจบปริญญาโทมา ยังสู้คนจบ ป.6 ไม่ได้เลย!"
นี่คือ "ความรู้ชีวิตมีค่าดุจทอง" — ไม่ใช่แค่เรียนตำราให้เก่ง แต่เรียนให้รู้จักคน
ส่วนผู้จัดการธนาคารยิ้มอย่างมีเลศนัย เพราะขาดทุนตลาดหุ้นเมื่อวาน ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วย "รายได้พิเศษ" จากการปล้น นี่คือ "การฉวยโอกาส" — ไม่รอโชค แต่จับโอกาสมาเป็นของตัวเอง














ยืนยันการลบความเห็น