
ดูคลิปเต็ม :
ลิงค์นี้ปลอดภัยเราตรวจสอบแล้ว
ปกติไม่ค่อยเห็นคลิปแนวนี้ แต่ก็ได้เห็นแล้วหละ ก็ถือ โอกาสแนะนำ ช่อง ME HUG แนวจิตวิทยาไปด้วยเลยนะครับ ใครชอบแนวนี้ก็กด subscribe ให้เขาด้วยเด้ออออ
AI กับจิตวิทยา ฟังดูเหมือนไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วมันเริ่มเข้ามาอยู่ใกล้เรามากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างตอนนี้ก็มี AI ที่ช่วยดูแลสุขภาพจิตได้แล้วนะ ทั้งแอปติดตามอารมณ์ แชทบอทที่ให้คำแนะนำ หรือแม้แต่ช่วยประเมินว่าเรากำลังเสี่ยงเครียดไหม คือมันทำให้เราสามารถเข้าถึงการดูแลใจได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องรอคิวบำบัดนาน ๆ หรือเดินทางไปไหนไกล แค่หยิบมือถือขึ้นมาก็ช่วยได้แล้ว
ในคลิปนี้การสนทนานี้ให้ภาพที่ชัดเจนว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต โดยเฉพาะในด้านการเข้าถึงและความสะดวกสบาย และสามารถเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการฝึกทักษะสำคัญของมนุษย์อย่าง Empathy
แต่ในขณะเดียวกัน AI ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ มันไม่มีหัวใจ ไม่มีความรู้สึกจริง ๆ สิ่งที่มันทำได้คือการ "เลียนแบบ" ความเห็นอกเห็นใจจากข้อมูลจำนวนมหาศาล มันอาจพูดเหมือนเข้าใจ แต่มันไม่ได้ “รู้สึก” ไปกับเราจริง ๆ แบบที่มนุษย์รู้สึกได้
พอเอา AI มาเทียบกับนักจิตวิทยา มันก็ชัดเลยว่า AI ช่วยได้แค่บางส่วน เช่น ประเมินเบื้องต้น ให้คำแนะนำเบื้องต้นในยามฉุกเฉิน แต่สิ่งที่แทนกันไม่ได้เลยคือ “ความเข้าใจแบบมนุษย์” ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากการฟังกันอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะ “Empathy” หรือความเห็นอกเห็นใจ ที่เกิดจากประสบการณ์ชีวิต การเติบโต และหัวใจที่มีอยู่จริง ๆ
แต่ที่น่าสนใจคือ นักจิตวิทยาหลายคนก็เริ่มใช้ AI มาเป็นเครื่องมือเสริมกันมากขึ้น เช่น ใช้ฝึกพูด ใช้จำลองสถานการณ์ ให้คนฝึกฟังคนอื่นโดยไม่ตัดสินใจเร็ว หรือฝึกถามคำถามให้คนรู้สึกว่าได้รับความใส่ใจ
สุดท้ายสิ่งที่ได้จากการพูดคุยกับ AI คือ มันช่วยสะท้อนบางอย่างให้เราเห็นใจตัวเองมากขึ้น อย่างเวลาเครียดแล้วบอก AI ไป มันอาจแนะนำให้หายใจลึก ๆ พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ หรือทำสิ่งที่ชอบ ซึ่งบางทีแค่นี้ก็ดีขึ้นแล้วเหมือนกันนะ
สรุปแบบบ้าน ๆ เลยคือ AI ช่วยเราได้เยอะในเรื่องใจ แต่ยังแทนหัวใจของคนไม่ได้ นักจิตวิทยาก็ยังจำเป็น เพียงแต่ถ้าใช้ AI เป็น มันจะช่วยให้เราดูแลคนได้ดียิ่งขึ้น















ชอบ ๆ อยากอ่านแนว ๆ นี้ อีกครับ
ยืนยันการลบความเห็น