
“Dead Internet Theory” หรือ แปลตามตัวเลยก็ “ทฤษฎีอินเทอร์เน็ตที่ตายแล้ว” ฟังดูน่ากลัวเนอะ
เรื่องมันเริ่มจากอะไร?
เวลาเราเปิด YouTube หรือเลื่อนดูโพสต์ในเฟซบุ๊ก แล้วเจอคลิปหรือรูปอะไรที่มันดูดีมาก ๆ แต่จู่ ๆ ก็สงสัยว่า “อันนี้คนทำจริง ๆ หรือเปล่า หรือว่า AI ทำ?”
ช่วงหลัง ๆ คนเริ่มรู้สึกว่าเนื้อหาหลายอย่างในอินเทอร์เน็ตมันแปลก ๆ เหมือนของที่ AI สร้างขึ้น พอหลายคนคิดเหมือนกัน ก็เลยเริ่มมีทฤษฎีสมคบคิดนี้ออกมา ว่าวันนึงเนื้อหาในอินเทอร์เน็ตอาจจะไม่ใช่ของคนทำแล้ว แต่เป็น AI ล้วน ๆ เหมือนเรากำลังดูโลกที่ไม่มี “คน” อยู่ข้างในเลย
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ มันคือความเชื่อว่าอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เนื้อหาที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน คลิป, บทความ, คอมเมนต์, รูปภาพ มันอาจจะไม่ได้มาจากมนุษย์จริง ๆ แล้ว
แต่เป็นฝีมือของบอท หรือ AI ที่คอยปั๊มเนื้อหาใส่โลกออนไลน์แบบรัว ๆ
บางคนถึงกับบอกว่า อินเทอร์เน็ต “ตาย” ไปแล้ว เพราะมันไม่มีจิตวิญญาณของมนุษย์หลงเหลืออยู่เลย
มันจะตายได้ยังไง?
ตอนแรก ๆ มันก็เป็นแค่แนวคิดแบบสมคบคิดครับ คือมีคนเชื่อว่ารัฐบาลหรือองค์กรใหญ่ ๆ ใช้บอทไปคุยกับคนในโซเชียล มีเป้าหมายอะไรบางอย่าง
แต่พอเทคโนโลยีมันพัฒนา AI มันเก่งขึ้นทุกวัน ทฤษฎีนี้ก็เริ่มฟังดูมีน้ำหนักขึ้น
เพราะ AI ตอนนี้มันสร้างเนื้อหาได้เกือบทุกแบบ คลิปวิดีโอ, เพลง, รูป, แม้แต่คอมเมนต์ใต้โพสต์ มันก็เขียนเองได้หมด
ถ้าวันนึงใน YouTube มีวิดีโอ 100 อัน แล้ว 99 อันเป็นของที่ AI ทำ คนดูอย่างเรา ๆ จะรู้สึกยังไง?
แล้วมันจะกระทบอะไรกับเรา?
มองได้ 2 มุมครับ
ถ้าคุณเป็นคนสร้างเนื้อหา เช่น ทำคลิป ทำเพลง หรือเขียนบทความ อาจจะเริ่มกังวลว่า “ยังจะมีใครดูของที่เราตั้งใจทำอยู่ไหม?” เพราะ AI มันทำได้เยอะ ทำได้เร็ว และบางอันก็ดูดีจนคนแยกไม่ออกว่าไม่ได้มาจากมนุษย์
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ อย่างเว็บ Etsy เมื่อก่อนเป็นที่รวมของทำมือที่มีเอกลักษณ์ แต่มาวันนึงมีของที่ AI วาดหรือเครื่องจักรผลิตเข้ามาเยอะมาก คนก็เริ่มบ่นว่าหาอะไร “จริง ๆ” ไม่ค่อยเจอแล้ว คนทำของเองก็ท้อ เพราะโดนกลบหมด
2. ถ้าเราเป็นคนเสพเนื้อหา เช่น ดูคลิป เล่นเฟซบุ๊ก อ่านโพสต์ ความน่ากลัวคือ เราอาจไม่รู้แล้วว่าอันไหนคนทำ อันไหน AI ทำ หรือเราคุยอยู่กับบอทก็ไม่รู้ตัว
หลายโพสต์ในปัจจุบัน เริ่มมีฟีลแบบ “AI Slop” แปลไทยได้ว่า กากเดนของเอไอ คือ เนื้อหาที่ดูเผิน ๆ ก็ดูโอเค แต่พอลองอ่านจริง ๆ มันไม่มีหัวใจ ไม่มีความรู้สึกเหมือนที่มนุษย์ใส่ลงไป
พอเจอเยอะ ๆ เข้า คนอาจจะเบื่อ เลิกเล่นเน็ต แล้วหันไปทำอย่างอื่น เช่น เดินเล่น อ่านหนังสือ หรือไปเจอเพื่อนจริง ๆ ดีกว่า
แล้วเราควรทำยังไงดี?
ผมว่ายังไม่สายครับ เรายังมี “ความเป็นมนุษย์” ที่ AI เลียนแบบไม่ได้ สิ่งพวกนี้แหละที่มีค่าที่สุด เรื่องราวจริง ๆ ความรู้สึกจริง ๆ น้ำเสียงที่ออกมาจากใจ
ถ้าคุณเป็นคนสร้างเนื้อหา: ลองเน้นเล่าเรื่องของตัวเอง เรื่องที่คุณเจอมาเอง แบบที่ไม่มีใครก็อปได้ สร้างงานที่มีตัวตนของเราอยู่ในนั้น
ถ้าคุณเป็นคนดู: ก็แค่ใช้วิจารณญาณนิดนึง เลือกเสพเนื้อหาที่เรารู้สึกว่ามาจากคนจริง ๆ ลองติดตามครีเอเตอร์ที่เราชื่นชอบ พูดคุยกับเขา แล้วอย่าลืมออกไปใช้ชีวิตจริง ๆ ด้วย
ถ้าคุณทำแพลตฟอร์มหรืออยู่ในองค์กรใหญ่: ผมว่าการช่วยติดป้ายว่า “อันนี้ AI สร้างนะ” หรือ ช่วยโปรโมตครีเอเตอร์ที่เป็นคนจริง ๆ ก็ช่วยได้เยอะเลยครับ (เหมือนที่ HugToHeal กำลังพยายามทำ โดยเอาเนื้อหาจากครีเอเตอร์มาโปรโมทให้นั่นหละ) ให้โลกออนไลน์มันยังมีมุมที่ “มนุษย์ทำนะว้อยยยย” เหลืออยู่บ้าง
ผมยังเชื่อว่า ถ้าเรายังให้ความสำคัญกับงานที่มาจากใจ ยังมองหาความจริงในโลกออนไลน์ และช่วยกันรักษาอินเทอร์เน็ตให้เป็นพื้นที่ของ “มนุษย์”
มันก็ยังไม่ถึงกับ “ตาย” หรอกครับ
ใครมีอะไรอยากแชร์ หรือมีไอเดียอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ ผมยินดีฟังเสมอ 🙏😊
อ้างอิง
ลิงค์นี้ปลอดภัยเราตรวจสอบแล้ว













ยังไม่มีความเห็น
ยืนยันการลบความเห็น