5 สัญญาณที่โลกกำลังกลายพันธุ์ แล้วเราจะอยู่ฝั่งไหนของอนาคต ? วะนั่น
โอเค ขอนำเนื้อหาหนัก ๆ จาก “Summer Davos 2025” มาย่อยให้เป็นเวอร์ชันชิล ๆ หน่อย เหมือนเล่าบนเฟซบุ๊กตอนดึก ๆ พร้อมน้ำเย็นหนึ่งแก้ว แต่ยังได้สาระเต็มอยู่ แบบอ่านแล้วเข้าใจง่าย ขำบ้าง คิดตามได้ ไม่ต้องปวดหัวกับศัพท์เทคนิคหรือทฤษฎีโลกาภิวัตน์อะไรทั้งนั้น 😎 แต่ใครอยากปวดหัวก็ไปดูคลิปเต็มได้ที่ของเฮียบิทคับบน youtube ที่ลิงค์ด้านล่างนี้นะ
คลิกที่นี่จ้ะ
V
V
ลิงค์นี้ปลอดภัยเราตรวจสอบแล้ว

🌍 5 สัญญาณชัด ๆ ว่า “โลกมันกำลังกลายพันธุ์” แล้วจริง ๆ
พักก่อนความเครียดระดับโลก ลองมาดู 5 สัญญาณจากงาน Summer Davos 2025 ที่ทำให้รู้ว่าโลกตอนนี้ไม่ได้แค่ “เปลี่ยน” แล้ว แต่มัน “กลายพันธุ์” ไปเลยจ้า!

1. จากพี่ใหญ่คนเดียว สู่แก๊ง 3 ยักษ์ (พร้อมความเสี่ยงสงครามที่ไม่ตลกเลย)
เมื่อก่อนโลกเหมือนมี “หัวหน้าแก๊ง” แค่คนเดียว — คือสหรัฐฯ พูดอะไรก็เหมือนครูใหญ่พูด ทุกประเทศก็ต้องฟังกันไป
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะอีกสองคนยกมือขึ้นบอก “ขอแจมด้วย”
นั่นคือ จีน กับ อินเดีย
ตอนนี้โลกเลยเหมือนวงดนตรีที่มีมือกลอง 3 คน... ต่างคนต่างตีกันให้ตาย สุดท้ายเสียงก็แตกสิครับ 😅
ความเสี่ยงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็เลยพุ่งสูงถึง 75% แล้ว (ข้อมูลจากนักวิชาการในงานนะ ไม่ใช่แค่เดาเล่น ๆ)
ลองคิดภาพตอนปี 1939 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 คนยุคนั้นก็ยังใช้ชีวิตปกติ กินข้าว ดูหนัง ไม่คิดว่าสงครามจะมา... แล้วบึ้ม! ปีต่อมาก็เกิดจริง ๆ
เพราะงั้นตอนนี้เราอาจจะอยู่ในช่วง “ก่อนบึ้ม” ก็ได้ใครจะรู้ 🫣
2. Goodbye โลกาภิวัตน์ 👋 ยินดีต้อนรับสู่ยุค “ภูมิภาคาภิวัตน์”
ยุคที่ใครถูก ใครเร็ว ใครต้นทุนต่ำสุดคือผู้ชนะ... จบแล้วจ้า
ตอนนี้โลกเข้าสู่ยุคใหม่ที่ชื่อว่า Regionalization หรือถ้าพูดให้เห็นภาพ มันคือ “ตั้งวงคบกันเฉพาะกลุ่ม”
จากแต่ก่อนที่ทุกประเทศค้าขายกันทั่วโลก ตอนนี้แต่ละโซนเริ่ม “ตั้งแก๊ง” ของตัวเอง เพราะไม่ไว้ใจกันเหมือนเดิม
ตัวเลขจากนายกฯ จีนบอกว่า
มาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่ม 6 เท่า!
ข้อตกลงการค้าเฉพาะกลุ่มเพิ่ม 6 เท่าเหมือนกัน!
ลองนึกภาพห้องเรียนที่เมื่อก่อนมีหัวหน้าห้องคนเดียว ตอนนี้ดันมีหัวโจกสามคน เด็กคนอื่นก็ต้องจับกลุ่มกันป้องกันตัวเองน่ะดิ 😂
อย่างอาเซียนเราก็ไม่ยอมแพ้ จัด DEFA (กรอบเศรษฐกิจดิจิทัล) กันเลย เพื่อไม่ตกขบวน
3. โรงงานโลก “ย้ายบ้าน” แล้ว และคงไม่มีวันกลับมา
คำว่า “Made in China” ที่เคยเห็นทุกที่ กำลังจะกลายเป็นตำนาน
เพราะแต่ละประเทศเริ่ม “ไม่ไว้ใจ” จีนกันแล้ว เลยย้ายฐานผลิตกลับบ้านหรือไปตั้งใหม่ที่อื่น
จีนตอนนี้เลยไม่ได้ทำของถูก ๆ แล้ว แต่กำลังอัปเกรดตัวเองเป็น โรงงานอัจฉริยะระดับโลก
ส่วน อินเดีย กับ แอฟริกา ก็เตรียมขึ้นมาแทนในตลาดของราคาถูก
ผลคืออะไร?
ของทุกอย่างจะแพงขึ้น เพราะโลกต้องสร้าง “โรงงาน 197 โรง” เพื่อแทนโรงงานเดียวในจีน 😭
เหมือนตอนเด็ก ๆ ที่เคยมีเพื่อนเก่งเลขคนเดียวช่วยติวทั้งห้องอยู่ดี ๆ วันนึงเพื่อนย้ายโรงเรียน ทุกคนต้องติวกันเอง... สุดท้ายคะแนนก็ตกจ้า
4. จีนไม่ได้ก็อปอีกต่อไป แต่กลายเป็นนักนวัตกรรมตัวจริง
จำภาพ “จีนก็อปทุกอย่าง” ไว้เลย เพราะตอนนี้ จีนกำลังกลายร่างเป็น Innovator ตัวท็อป
ยกตัวอย่าง:
รถยนต์ไฟฟ้าจีนตอนนี้คือ Smart Device ชัด ๆ สั่งงานด้วยเสียงได้ เชื่อม IoT ได้
นโยบาย “AI Plus” ของจีนคือของจริง เพราะมี DeepSeek AI + พลัง Huawei + ข้อมูลมหาศาล
หุ่นยนต์ในโรงงาน? จีนคือเบอร์หนึ่งของโลก
พูดง่าย ๆ จีนตอนนี้ คือ เด็กเนิร์ดที่เคยโดนล้อว่า “ลอกการบ้าน” แต่วันหนึ่งกลับกลายเป็นคนคิดสูตรใหม่ที่ทั้งห้องต้องมาขอถ่ายการบ้านแทน 🤖
5. โลกแก่ลง แต่ยังมีความหวัง…อยู่ที่ “วัยรุ่นอินเดีย”
ยุโรปตอนนี้แก่กันทั้งทวีปจนถูกเรียกว่า “พิพิธภัณฑ์ของโลก” ส่วนไทยก็เริ่มเข้าแถวแล้วด้วยนะ 😅
แต่ในอีกมุม อินเดียกลับเต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวที่พูดอังกฤษได้ แถมมีแรงขับสุด ๆ
และเพราะโลกกำลังขาดแรงงาน อินเดียเลยกลายเป็น “คลังพลังคนหนุ่มสาว” ของโลก
มีคำทำนายในงานว่า “ในอนาคต อีกหน่อยที่ทำงานไหน ๆ ก็แล้วแต่ อย่างน้อย 1 ใน 3 ของคนที่คุณร่วมงานด้วย... จะเป็นคนอินเดีย” 🇮🇳
พูดอีกอย่าง โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ทุกบริษัทต้องมีเพื่อนชื่อ “Raj” หรือ “Priya” สักคนแน่ ๆ 😂
สรุปสุดท้าย
โลกเราตอนนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยน แต่มัน “กลายพันธุ์” ไปเรียบร้อยแล้ว
กติกาเดิม ๆ ใช้ไม่ได้อีกต่อไป ความเสี่ยงเยอะขึ้น แต่โอกาสก็เยอะขึ้นเหมือนกัน
คำถามคือ...
ในโลกที่กำลังหมุนเร็วขนาดนี้ เราจะเลือกอยู่ฝั่งไหน?
จะวิ่งหนี หรือจะเรียนรู้วิธีเต้นตามจังหวะใหม่ของโลก 🌏💃














ยังไม่มีความเห็น
ยืนยันการลบความเห็น